กระจกพีเอ็มเค-เซ็นทรัล ยกเครื่องโลจิสติกส์ ระบุช่วยยกระดับบริหารงานทุกส่วน

กระจกพีเอ็มเค-เซ็นทรัล ยกเครื่องโลจิสติกส์ ระบุช่วยยกระดับบริหารงานทุกส่วน
Source: มนัญญา อะทาโส

บริษัท กระจกพีเอ็มเค-เซ็นทรัล ผู้แปรรูปกระจกนิรภัยสำหรับรถยนต์และอาคาร สร้างแต้มต่อธุรกิจ SMEs
รุดพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ปรับปรุงด้านขนส่ง คลังสินค้า และจัดซื้อ ชี้การจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบช่วยอุดช่องโหว่ที่เคยมองข้าม นำแนวคิดต่อยอดการบริหารจัดการทุกส่วน-ลดต้นทุนสูญเปล่า
ปัญหาหลักด้านการบริหารโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการ SMEs ไทย คือขาดการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาธุรกิจ ขณะเดียวกันขาดความเข้าใจและความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารโลจิสติกส์ มองเป็นเพียงเรื่องการบริหารการขนส่งเท่านั้น ดังนั้นการนำมาปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่การลดต้นทุน และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าจึงยังเป็นเรื่องยาก

บริษัท กระจกพีเอ็มเค-เซ็นทรัล จำกัด ผู้แปรรูปกระจกนิรภัยสำหรับรถยนต์และอาคาร เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการ SMEs ที่เดิมไม่ได้มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับแนวคิดในการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และ ซัพพลายเชน เข้าใจเพียงว่าเป็นการขนส่งและจัดเก็บเท่านั้น จึงไม่ได้นำมาปรับใช้ในองค์กรอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดปัญหาสินค้าเสียหายในระหว่างการแพ็คกิ้ง-การขนส่ง ใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็นในกิจกรรมต่างๆ มีต้นทุนค่าล่วงเวลามากเกินไป สินค้าหาย เป็นต้น

คุณชาติชาย ดาวประกายมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กระจกพีเอ็มเค-เซ็นทรัล จำกัด กล่าว “เดิมเรามีการนำแนวคิดเรื่องการลดต้นทุน การบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ มาใช้บ้าง แต่ไม่เป็นระบบชัดเจน เช่น การใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า การใช้วัตถุดิบก่อน-หลัง (first in first out) เพื่อลดปัญหาสต๊อกที่ค้างนานๆ ซึ่งจากระบบข้อมูลที่ไม่ชัดเจนทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลนั้นมาใช้ในด้านการวิเคราะห์ และบริหารงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะโลจิสติกส์เป็นระบบบริหารในทุกส่วน” คุณชาติชาย กล่าว
บริษัท กระจกพีเอ็มเค-เซ็นทรัล จำกัด ทำธุรกิจแปรรูปกระจกนิรภัยสำหรับรถยนต์และอาคารมากว่า 30 ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการลงทุนด้านเครื่องจักรที่ทันสมัย ผสมผสานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการผลิตกระจกสำหรับรถยนต์ 40% สำหรับอาคาร 60% มีกลุ่มลูกค้าในประเทศ 80% และมีการเติบโตเฉลี่ย 10%
ต่อปี
เข้าร่วมโครงการโลจิสติกส์ คลินิก สภาอุตสาหกรรมฯ
การยกเครื่องระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในองค์กรเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อบริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการโลจิสติกส์ คลินิก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในปี 2551 ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเชิงลึกภายในองค์กร โดยปรับปรุง 3 ด้านหลัก คือ ด้านการขนส่ง คลังสินค้า และการจัดซื้อ

คุณชาติชาย กล่าวว่า “ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้-แนวคิดในด้านการบริหารจัดการเป็นหลัก เน้นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบแล้วนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการแต่ละส่วนอย่างไรบ้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”

สำหรับปัญหาที่ผู้เชี่ยวชาญพบคือ ด้านการขนส่งไม่มีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเวลามาตรฐานในการทำงาน ใช้บุคลากรมากเกินไป ทำให้มีต้นทุนสูง ผู้เชี่ยวชาญได้สอนการทำ Workload หรือการจับเวลาเพื่อทำเวลามาตรฐานทุกกิจกรรม ตั้งแต่การทำเอกสาร จำนวนเที่ยววิ่งของรถบรรทุกแต่ละชนิด ค่าใช้จ่ายล่วงเวลา โดยครอบคลุมงานขนส่ง แพ็คกิ้ง เพื่อนำเวลามาตรฐานมาวิเคราะห์ลดค่าใช้จ่าย และปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนด้านคลังสินค้าพบว่า มีสต๊อกค้างในคลังสินค้าจำนวนมาก เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ และเกิดต้นทุนสูญเปล่าในการดูแลสต๊อก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มีการพยากรณ์ยอดขายให้แม่นยำ เพื่อวางแผนในการจัดซื้อวัตถุดิบ วางแผนการผลิต เพื่อผลิตสินค้าให้พอดีกับความต้องการของลูกค้า

ด้านการจัดซื้อ มีปัญหาเรื่องการนำวัตถุดิบเข้ามาช้าไม่ตอบสนองต่อการผลิต ทำให้เสียโอกาสในการผลิตสินค้าและการขาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีแยกวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่เคลื่อนไหว (Dead) เคลื่อนไหวช้า (Slow) และเคลื่อนไหวปกติ แล้วควบคุมไม่ให้มีสต๊อกมากเกินไป และแนะนำวิธีการลดหลีดทามการสั่งซื้อวัตถุดิบ

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้จัดตั้งทีมโครงการ (Project team) ที่เกี่ยวข้องและเอื้อประโยชน์กับการปรับปรุงในประเด็นหลัก คือ
1. โครงการส่งสินค้าตามกำหนดของผู้จัดส่ง (Supplier)
2. โครงการลดเวลานำรวม (Total Lead time) ในการสั่งซื้อวัตถุดิบ
3. โครงการลดปริมาณวัสดุคงคลัง
4. โครงการลดเวลานำเข้าสินค้าจากท่าเรือและท่าอากาศยานมาถึงโรงงาน
5. โครงการลดสินค้าไม่เคลื่อนไหว เพิ่มกำไรธุรกิจ
6. โครงการพัฒนาระบบคลังสินค้าและการจัดเก็บ
7. โครงการเพิ่มความแม่นยำการพยากรณ์การขาย (Sales Forecast)
8. โครงการสุดยอดการพยากรณ์การขาย (Forecast) กระจกอาคาร
9. การทำภาระการทำงาน (Work Load) ของฝ่ายขนส่งเพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
ต่อยอดองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ วัด KPI ประจำปี
ประโยชน์ที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรมในการยกเครื่องระบบโลจิสติกส์ของบริษัทฯ คุณชาติชาย กล่าวว่า ในภาพรวมได้ประโยชน์เรื่องแนวคิดในการบริหารจัดการในทุกส่วนเพื่อลดความสูญเสีย ทั้งในด้านต้นทุน พื้นที่ ความเสื่อม เพราะทุกแผนกล้วนมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด การบริหารข้อมูลที่เป็นระบบทำให้เห็นส่วนที่บกพร่องหรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ เพื่อหาแนวทางในการจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

ส่วนประโยชน์จากการปรับปรุงในด้านต่างๆ นั้น แม้ยังไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขได้อย่างชัดเจนเพราะต้องใช้เวลาในระยะยาว แต่พบว่า ทำให้สามารถทำงานได้คล่องตัวขึ้น ประหยัดเวลา ทำให้พนักงานมีเวลาเหลือพอเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนางานส่วนอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการลดต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรมในที่สุด

สำหรับการต่อยอดองค์ความรู้ที่ได้รับ บริษัทฯ ได้พยายามสานต่องานอย่างต่อเนื่อง จัดตั้งทีมงานดูแลแต่ละส่วน รวมถึงนำเอาโครงการที่จัดตั้งขึ้นมากำหนด KPI ประจำปี นำมาประชุมเสนอผลการดำเนินกิจกรรมเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ-ประสิทธิผล และเมื่อดำเนินการครบ 1 ปี มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนหรือเพิ่มโครงการใหม่ๆ เพื่อสนองนโยบายของบริษัทฯ อีกด้วย
SMEs ขาดเงินทุน-ความรู้ด้านโลจิสติกส์
ในฐานะผู้ประกอบการ SMEs คุณชาติชาย ได้แสดงทรรศนะเกี่ยวกับปัญหาการเข้าถึงแนวคิดด้านการบริหารโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของผู้ประกอบการ SMEs ไทยว่า SMEs เป็นระบบธุรกิจครอบครัว มีเงินทุนน้อย ทำให้ขาดเงินทุนในการหาความรู้ใหม่ๆ เมื่อไม่มีความรู้ จึงไม่รู้จักวิธีบริหารจัดการสมัยใหม่ที่ดี และไม่สามารถยกระดับการพัฒนาบริษัทได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือภาครัฐควรสนับสนุนด้านข้อมูล ความรู้ วิธีบริหารจัดการใหม่ๆ ให้กับ SMEs โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์นี้เป็นมูลค่าเพิ่ม สร้างความเข้มแข็ง เพราะแม้ปัจจุบันมีการจัดสัมมนา หรือมีโครงการให้คำปรึกษารายองค์กรบ้าง แต่ยังไม่ทั่วถึง และบางโครงการมีต้นทุนสูงเกินกำลังที่ผู้ประกอบการ SMEs จะจ่ายได้

ในยุคที่การแข่งขันเข้มข้นและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นปัจจัยบีบ การสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร พยายามลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นับเป็นกลยุทธ์รุก-รับที่จะนำพาธุรกิจให้อยู่รอดพร้อมเติบโตในอนาคต

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *