Article Base KCNBRAND.COM | Thailand Articles Center
Thailand Articles Center

Categories

สิ่งประดิษฐ์ : ไข่เทียนหอมวันเกิด

สิ่งที่ต้องเตรียม 1. ไข่ไก่ 6 ฟอง 1 แพ็ค 2. เทียน 8 แท่ง 3. สีผสมอาหาร 1 ขวด 4. น้ำหอม 4 หยด หรือสารแต่งกลิ่น 1 ขวด หมายเหตุ สามารถซื้อส่วนประกอบทั้งหมดได้ที่โลตัส หรือบิ๊กซี หรือร้านค้าทั่วไป   วิธีทำ วิธีเตรียมเปลือกไข่ 1. แกะไข่เฉพาะด้านบน ให้เหลือเปลือกไข่เป็นลักษณะเหมือนถ้วย 2. นำไข่แดงและไข่ขาวออก เทใส่ภาชนะเพื่อนำไปประกอบอาหารตามปกติ 3. ล้างเปลือกไข่ให้สะอาด เช็ดให้แห้ง วิธีเตรียมเทียนหอม 1. นำเทียนไปตั้งไฟให้ละลายจนหมด นำไส้เทียนแยกออกมาตากให้แห้ง 2. ใส่สีผสมอาหารลงไปในเทียนประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ 3. ใส่น้ำหอมประมาณ 4 หยด หรือให้พอมีกลิ่นหอม วิธีทำไข่เทียนหอมวันเกิด 1. เทเทียนที่ละลายเป็นน้ำลงในเปลือกไข่ที่เตรียมไว้ 2. […]

กฎหมาย : ภาษีมรดก “อนุมัติ” กรมสรรพากรเตรียมคลอด

จากข่าวครึกโครมเรื่องการจัดเก็บภาษีมรดก โดยคสช.อนุมัติการจัดเก็บภาษีมรดก กรมสรรพากรเร่งเดินเรื่องยื่นกฏษฎีกาเตรียมใช้ทันทีที่เสร็จ คาดอัตราภาษีอยู่ที่ 5-30% โดยจะจัดเก็บจากมรดกที่มีการขึ้นทะเบียน เช่น อสังหาริมทรัพย์, เงินฝาก, กองทุน, หุ้น, รถยนต์ ส่วนเครื่องประดับเพชร ทอง พระเครื่อง ยังไม่เข้าข่าย นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติในหลักการให้กรมสรรพากรดำเนินการจัดเก็บภาษีมรดกได้ โดยมีหลักการสำคัญ 4 ข้อ คือ 1.เก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับมรดก 2.มรดกที่ถูกเก็บภาษี ต้องเป็นสินทรัพย์ที่มีการขึ้นทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หุ้น เงินฝากหรือพันธบัตร เป็นต้น 3.อัตราภาษีที่กำลังอยู่ระหว่างพิจารณานั้น จะจัดเก็บในอัตราสูงกว่า 5% แต่น้อยกว่า 30% ของราคาสินทรัพย์ 4.เก็บภาษีมรดกจะจัดเก็บจากสินทรัพย์ที่อยู่ในตลาด หลักทรัพย์และนอกตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ส่งร่างกฎหมายใหม่การจัดเก็บภาษีมรดกดังกล่าวไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้ว และอยู่ระหว่างรอการชี้แจงร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจน และสามารถให้ความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย หลังจากนั้น กรมสรรพากรจะเสนอร่างกฎหมายให้ คสช.พิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยในหลักการแล้วกรมสรรพากรไม่ได้จัดเก็บมรดก […]

รู้จักใช้ : ตอน ใช้จ่ายอย่างไรให้ไม่จน

ทุกวันนี้สังคมเรายังไม่ค่อยมีการปลูกฝังเรื่องการใช้จ่าย หามาได้เท่าไรก็ใช้ไปจนหมด และที่ยิ่งแย่หนักใช้จ่ายเกินรายได้ที่หามาได้ ทำให้คนเราทุกวันนี้มีหนี้ติดตัวตลอดเวลา และเดี๋ยวนี้สถาบันการเงินทั้งหลายมีแข่งขันให้กู้เงินกันอย่างง่ายดาย หากคุณมีการงาน มีรายได้ประจำ การกู้ก็จะผ่านง่ายขึ้น และที่หนักเลยสำหรับพนักงานประจำ บุคคลกิตติมศักดิ์ของสถานบันการเงินที่อนุมัติให้ทำบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรกดเงินสด บัตร…อื่นๆ อีกมากมายได้อย่างง่ายดาย และพร้อมให้คุณเอาเงินอนาคตมาใช้ซะวันนี้ (ส่วนอนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคตไป มีใช้พอมั้ยไม่ต้องคิด) ทั้งยังไม่มีการการจำกัดวงเงินรวมของบัตรเครดิตทั้งหมดซะอีก บางคนสมัครบัตรเครดิตร่วม 20 ใบ วงเงินรวมหลักแสน-ล้าน มากกว่าเงินประจำหลักสิบเท่า แล้วก็ใช้จ่ายแบบผ่อนขั้นต่ำไป เต็มวงเงินบัตรก็เปลี่ยนใบใช้ได้อีก ใช้ง่ายจนลืมตัวไปว่าเมื่อถึงเวลาชำระจะเอาที่ไหนมาจ่าย เพราะฉะนั้นหากเราอยากหลุดพ้นจากวังวน การผ่อนชำระขั้นต่ำ การกดเงินจากบัตรโน้นมาปิดบัตรนี้ การกู้ยืมนอกระบบเข้ามาอุด มีข้อแนะนำที่รู้ๆกันอยู่ครับ 1. ใช้จ่ายให้น้อยกว่ารายรับ สมมติว่ามีรายได้ 20,000 บาท เป็นหนี้ 300,000 บาท ถ้าเรากำหนดผ่อนเดือนละ 5,000 บาท โดยที่ใช้จ่ายในวงเงิน 15,000 ก็จะหมดหนี้ภายใน 5 ปี ถ้าต้องการหมดเร็วขึ้นก็ผ่อนเยอะขึ้น แต่ที่สำคัญอย่าใช้เกินรายรับ 2. วางแผนการใช้จ่าย จากข้อ 1. ถ้าเราเหลือเงินใช้จ่ายเดือนละ 15,000 […]

กฎหมาย : เมื่อการสมรสสิ้นสุดเกิดการหย่าร้าง

กฎหมาย : เมื่อการสมรสสิ้นสุดเกิดการหย่าร้าง เมื่อแต่งงานกันด้วยความรัก ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากที่จะอยู่คู่กันตลอดไป แต่สถานภาพสมรสย่อมมีวันต้องสิ้นสุดลง ถ้าไม่ใช่ด้วยความตายของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ด้วยเหตุผลมากมายที่ทำให้คู่สมรสต้องหย่าร้างกัน แต่หากปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สมรสยังพอมีทางเยียวยาได้ และยังมีเยื่อใยต่อกัน การแยกกันอยู่ชั่วคราวเป็นทางเลือกหนึ่งที่รองรับชีวิตสมรสที่มีปัญหา ให้คู่สมรสได้พักจิตใจให้สบายสักพัก มีเวลาไตร่ตรองชีวิตที่ผ่านมา ไม่ด่วนตัดสินใจหย่ากัน อย่างไรก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น คู่สมรสที่จะแยกกันควรตกลงกันให้เป็นเรื่องราว จะตกลงด้วยวาจาก็ได้ หรือถ้าให้ดีก็ทำสัญญาต่อกัน การทำสัญญามีผลดีคือ อีกฝ่ายจะนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าโดยอ้างว่าถูกทิ้งร้างไม่ได้ แต่ต้องระวังว่า ถ้าสมัครใจแยกกันอยู่อยู่เกิน 3 ปี่ขึ้นไป และไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็มีสิทธินำมาฟ้องหย่าได้ เหตุที่สามีหรือภริยาฝ่ายที่เดือดร้อนจะนำไปร้องของต่อศาลให้อนุญาตให้แยกกันอยู่ชั่วคราวมี 3 กรณีคือ 1. ไม่สามารถอยู่กินด้วยกันสามีภริยาโดยปกติสุขได้ 2. การอยู่ร่วมกันจะเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่างมาก 3. การอยู่ร่วมกันจะเป็นการทำลายความผาสุกอย่างมากของทั้งคู่ การแยกกันอยู่ชั่วคราวนี้ ก็ยังมีสถานะเป็นภริยากันอยู่จึงไม่อาจไปมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้อื่น ถ้าอีกฝ่ายจับได้สามารถอ้างเหตุฟ้องหย่าได้ทันที 1. การหย่า สามีของสุมิดาแอบกุ๊กกิ๊กกับหญิงอื่นเป็นประจำ สุมิดาทราบข้อเท็จจริงนี้แล้ว จะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าสามีได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ เพราะตามกฎหมาย หากสามีร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ ก็เป็นเหตุให้ภริยาสามารถฟ้องหย่าได้ การหย่า หมายถึงการที่สามีภริยาไม่สามารถอยู่กินด้วนกันได้อีกต่อไป กฎหมายบัญญัติเงื่อนไขในการย่าเอาไว้อย่างชัดเจนเพราะการหย่าเป็นการสิ้นสุดสถาบันครอบครัว และมีผลต่อสิทธิในด้านทรัพย์สินของทั้งสองฝ่าย การหย่าตามกฎหมายมี 2 […]

วิทยาศาสตร์ : 4 เด็กไทย วิจัย “สาหร่าย” บนเที่ยวบินไร้น้ำหนัก

วิทยาศาสตร์ : 4 เด็กไทย วิจัย “สาหร่าย” บนเที่ยวบินไร้น้ำหนัก “ถ้าสาหร่ายสามารถวิ่งเข้าหาแสงในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงได้ ก็มีโอกาสเลี้ยงส่าหร่ายในอวกาศ เพื่อใช้เป็นอาหารและผลิตเชื้อเพลิงในสถานีอวกาศได้” ข้างต้นคือสมมติฐานของ 4เยาวชนไทย ที่องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (Japan Aerospace Exploration Agency) หรือแจกซา (JAXA) คัดเลือกให้ขึ้นไปร่วมทดลองในสภาวะไร้น้ำหนัก บนเครื่องบินที่บินแบบพาราโบลา ในโครงการการทดลองบนเที่ยวบนไร้น้ำหนักระดับนักเรียยน “The Student Zero-gravity Flight Experiment Contest” ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น และที่พิเศษสุดครั้งนี้เด็กๆ ยังได้รับโอกาสให้เข้าเยี่ยมศูนย์อวกาศชมสึคูบะ (TSUKUBA SPACE CENTER) ของแจกซา และดาวเทียมยูนิฟอร์ม (UNIFORM) ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.สวัสดิ์ ตันติพันธุ์วดี ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการการวิจัย สวทช. กล่าวว่าโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 แล้ว ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น โดยโครงการวิจัยที่ได้รับเลือกในครั้งนี้ […]

การแพทย์ : พบไวรัสคล้าย “เอชไอวี” ในลิงนับล้านปี เปิดช่องวิจัยรับมือ

การแพทย์ : พบไวรัสคล้าย “เอชไอวี” ในลิงนับล้านปี เปิดช่องวิจัยรับมือ จุดกำเนิดของเชื้อเอชไอวีอาจจะไล่ย้อนหลังได้ไปไกลนับหลายล้านปี มากกว่าแค่หมื่นปีตามที่เคยสันนิษฐานไว้ หลังพบเชื้อที่มีลักษณะใกล้เคียงกันในลิงแอฟริกัน นำไปสู่การศึกษาหาวิธีการทำงานของไวรัสร้าย และการวิวัฒนาการของลิงเพื่อรับมือกับไวรัส เพื่อปรับใช้รักษาในมนุษย์ เชื้อเอชไอวี (HIV) อันเป็นเหตุให้เกิดโรคภูคุ้มกันบกพร่อง หรือ “เอดส์” (AIDS) เป็นโรคที่อุบัติและแพร่ระบาดในหมู่มนุษย์ช่วงศตวรรษที่ 20 แต่นักวิทยาศาสตร์รู้จักเชื้อไวรัสร้ายที่มีลักษณะคล้ายๆ กันนี้มายาวนานแล้ว เชื้อไวรัสดังกล่าวปรากฎในลิงทั้งชนิดมีหางและไม่มีหาง เชื้อไวรัสที่มีลักษณะคล้ายเชื้อเอชไอวีที่นักวิจัยรู้จักดีคือ “เลนติไวรัส” (lentivirus) โดยจากการศึกษาทางพันธุกรรมแสดงให้เห็นว่า ไวรัสดังกล่าวพบในลิงมีหางและไม่มีหาง ที่มีถิ่นอาศัยในแถบแอฟริกา ตั้งแต่ 5-12 ล้านปีก่อนแล้ว ทั้งนี้ มีข้อสันนิษฐานว่า การแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีในมนุษย์ เริ่มเมื่อเชื้อไวรัสคล้ายเอชไอวีติดต่อจากชิมแปนซีสู่คน ก่อนช่วงศตวรรษที่ 20 และปัจจุบันมนุษย์ทั่วโลกติดเชื้อเอชไอวีไปแล้วกว่า 34 ล้านคน รายงานการวิจัยทางพันธุกรรมที่ผ่านมาชี้ว่า เชื้อเลนติไวรัสอันเป็นญาติของเอชไอวีนั้น มีมานานกว่าหมื่นปี แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังเชื่อว่าน่าจะเก่าแก่กว่านั้น อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยวอชิงตันในซีแอตเติล สหรัฐฯ (University of Washington, Seattle) และศูนย์วิจัยมะเร็งเฟรดฮัทชิสัน (Fred Hutchinson […]

พลังงาน : ‘ปิโตรเลียมไทย’ผลประโยชน์ของชาติ! (จบ)

พลังงาน : ‘ปิโตรเลียมไทย’ผลประโยชน์ของชาติ! (จบ) รู้ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : เจาะลึกปิโตรเลียมไทย กับผลประโยชน์ของชาติ (จบ) มาคุยเรื่องปิโตรเลียมกับผลประโยชน์ของชาติกันอีกตอนนะครับ ประเทศไทยนำระบบสัมปทานมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจปิโตรเลียม เป็นไปตามศักยภาพเชิงพาณิชย์ของพื้นที่สำรวจและผลิตปิโตรเลียมภายในประเทศ โดยระบบสัมปทานจะเป็นระบบที่ให้สิทธิประโยชน์และจูงใจนักลงทุนมากกว่าระบบอื่นสำหรับประเทศที่มิได้มีทรัพยากรปิโตรเลียมมหาศาล ประเทศไทยได้ออกแบบและปรับปรุงระบบการจัดเก็บผลประโยชน์ของรัฐจากธุรกิจปิโตรเลียมให้สอดคล้องกับสภาพอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศและสถานการณ์พลังงานของประเทศในแต่ละช่วงเวลา หลายฝ่ายอาจจะเห็นว่าประเทศไทยนั้นเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียมในอัตราค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ อีกทั้งได้เสนอแนะให้ทบทวนอัตราค่าภาคหลวง แต่หากเราไปดูข้อมูลกระทรวงพลังงานจะพบว่า ค่าภาคหลวงเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของรายได้ทางตรงที่รัฐเรียกเก็บจากการประกอบกิจการปิโตรเลียม ดังนั้น ในการวิเคราะห์รายได้ของรัฐจำเป็นต้องดูองค์ประกอบทุกส่วนของรายได้รัฐทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย (1) ค่าภาคหลวง (2) ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ และ (3) ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งในปีพ.ศ.2554 ประเทศสามารถจัดเก็บรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมในพื้นที่สัมปทานในประเทศได้เป็นจำนวน 133,617 ล้านบาท และจากข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ.2514 จนถึงสิ้นปี พ.ศ.2554 มีมูลค่าการขายปิโตรเลียมที่ผลิตจากแหล่งในประเทศโดยผู้รับสัมปทาน รวมเป็นเงิน 3.415 ล้านล้านบาท มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเป็นเงินประมาณ 1.461 ล้านล้านบาท ค่าใช้จ่ายที่ผู้รับสัมปทานจ่ายให้รัฐ ได้แก่ ค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ รวมเป็นเงินประมาณ 1.074 ล้านล้านบาท คงเหลือเป็นรายได้สุทธิของผู้รับสัมปทานเท่ากับ 0.88 ล้านล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้รัฐ […]

กองทุนสุขภาพ : กระทรวงแรงงานชงลดเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคม

กองทุนสุขภาพ : กระทรวงแรงงานชงลดเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ผ่าทางตันปัญหาค่าแรง 300 บาท กระทรวงแรงงานเตรียมเสนอครม.ลดจ่ายเงินสมทบประกันสังคมช่วง 1 ม.ค.-31 ธ.ค.56 มีรายงานว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้กระทรวงแรงงานเตรียมนำเรื่องเสนอการลดเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเข้าสู่การประชุม โดยกระทรวงแรงงานเห็นว่าการลดเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคมดังกล่าว เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทของนายจ้าง และผู้ประกันตน ซึ่งหากมาตราการนี้ได้รับการพิจารณา ก็จะทำให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้รับการลดอัตราเงินสมทบด้วย กล่าวคือจากเดิมที่เคยเก็บเงินสมทบในอัตราเดือนละ 432 บาท เหลืออัตราเดือนละ 336 บาท สำหรับระยะเวลาดำเนินการนั้นคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 56 ถึง31 ธันวาคม 2556 ทันที ซึ่งในวันนี้ (29 มกราคม) กระทรวงแรงงาน จะเสนอความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ… จากนั้นจึงจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา เพื่อดำเนินการต่อไป ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ภาษี : บีโอไอชงรื้อก.ม.เว้นภาษีเงินได้เกิน 8 ปี

ภาษี : บีโอไอชงรื้อก.ม.เว้นภาษีเงินได้เกิน 8 ปี บีโอไอเสนอแก้ไขพ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน ยกเว้นภาษีเงินได้มากกว่า 8 ปี ดึงดูดการลงทุนศักยภาพสูงแข่งต่างประเทศ นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในงานสัมมนายุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ : เพื่ออุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน วานนี้ (24 ม.ค.) ว่า ผู้ประกอบการกังวลถึงผลกระทบกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว ยืนยันว่าโครงการเหล่านี้ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์จนกว่าจะครบกำหนด ยกเว้นกิจการใหม่ที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนหลังจากยุทธศาสตร์ใหม่ประกาศบังคับใช้จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามนโยบายใหม่ สำหรับร่างยุทธศาสตร์ใหม่กำหนดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน ซึ่งกำหนดให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่เกิน 8 ปี แต่ครั้งนี้บีโอไอเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดสิทธิประโยชน์ โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้มากกว่า 8 ปี เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีศักยภาพสูงแข่งกับประเทศคู่แข่ง และปรับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 50% เป็นไม่เกิน 90% เพื่อเป็นทางเลือกในการให้สิทธิประโยชน์ รวมทั้งยกเว้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าเพื่อวิจัยและพัฒนา และสร้างเครื่องมือส่งเสริมการลงทุนใหม่ เช่น การอุดหนุนเงินสำหรับการวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายส่งเสริมการลงทุนจะเพิ่มการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันให้สิทธิประโยชน์เฉพาะการลงทุนในประเทศ โดยให้นักธุรกิจรับสิทธิประโยชน์ของประเทศที่เข้าไปลงทุน โดยการแก้กฎหมายต้องใช้เวลาจึงกำหนดสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเดิมไปก่อน ถ้าแก้กฎหมายแล้วเสร็จจะปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพิ่ม ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

พลังงาน : ‘ปิโตรเลียมไทย’ผลประโยชน์ของชาติ! (2)

พลังงาน : ‘ปิโตรเลียมไทย’ผลประโยชน์ของชาติ! (2) สัปดาห์ที่แล้วผมค้างไว้ที่การแบ่งปันผลประโยชน์จากธุรกิจปิโตรเลียมว่ามีรูปแบบอย่างไรบ้าง ก็มาถึงอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ ระบบอ้างอิงสัญญา (Contractual Based System) เป็นระบบที่อ้างอิงกับปริมาณปิโตรเลียมที่ผลิตได้ จะมีการแบ่งปันผลผลิตระหว่างภาครัฐและเอกชนตามที่ระบุในสัญญา โดยระบบอ้างอิงสัญญาสามารถกระทำในรูปแบบสัญญาการให้บริการ (Service Contracts) หรือสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract) สัญญาการให้บริการมีลักษณะเป็นสัญญาที่รัฐให้สิทธิภาคเอกชนดำเนินการ รัฐจะจ่ายค่าบริการให้แก่เอกชนเป็นค่าบริการในการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียม ซึ่งปิโตรเลียมที่พบจะถือเป็นของรัฐ โดยมีข้อตกลงในการแบ่งผลประโยชน์ให้แก่เอกชนในรูปแบบต่างๆ สำหรับสัญญาแบ่งปันผลผลิต รัฐจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่จะแต่งตั้งเอกชนในฐานะผู้รับเหมา (Contractor) เข้ามาลงทุนหรือรัฐอาจตกลงร่วมทุนก็ได้ เอกชนจะได้รับการแบ่งปันผลผลิตปิโตรเลียมแทนค่าจ้าง ในหลักการจะมีการระบุปริมาณผลผลิตที่เอกชนสามารถนำมาใช้คิดเป็นต้นทุนการผลิต โดยปริมาณผลผลิตส่วนที่เหลือเป็นส่วนที่นำมาแบ่งปันกันตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในสัญญา ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟสรุปว่า ในประเทศต่างๆ มีการใช้เครื่องมือทางภาษีและที่มิใช่ภาษีในการออกแบบการจัดเก็บผลประโยชน์ของรัฐในธุรกิจปิโตรเลียม แตกต่างกันไปตามลักษณะเฉพาะของแต่ละประเทศ โดยคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ปริมาณปิโตรเลียมสำรอง ความสามารถในการจัดเก็บภาษี และระบบการเมืองการปกครอง ซึ่งแต่ละระบบต่างมีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดแตกต่างกัน ไม่อาจกล่าวได้ว่า กรอบการจัดเก็บผลประโยชน์ของรัฐแบบใดดีที่สุด โดยผลการสำรวจของไอเอ็มเอฟพบว่า การจัดเก็บผลประโยชน์ของแต่ละประเทศมีลักษณะเฉพาะของตนเอง แต่มีลักษณะร่วมที่คล้ายคลึงกัน โดยส่วนใหญ่จะกำหนดให้มีการจัดเก็บค่าภาคหลวงในกรอบการจัดเก็บรายได้เพื่อเป็นกระแสรายได้ล่วงหน้าที่แน่นอน (up-front revenue) นอกจากนี้ เกือบทุกประเทศจะคำนวณค่าภาคหลวงด้วยวิธีการคำนวณตามมูลค่า และในส่วนของภาษีเงินได้สำหรับธุรกิจปิโตรเลียม มีการกำหนดอัตราภาษีที่สูงกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ […]